วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

สรุปพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

                                สรุปพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534- ปัจจุบัน

พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534- ปัจจุบัน
 
มีผลบังคับใช้ในวันถัดไปหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2534
แก้ไขมาแล้ว ฉบับ จนถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๕๓)
 
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
 
ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดังนี้  
1. ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง 
2. ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค  
3. ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
 
การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบไปด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการอื่นที่ไม่สังกัด
การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการ ให้ตราเป็น พรบ. แต่ถ้าไม่การกำหนดตำแหน่งข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มให้ตราเป็น พรฎ.
ให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงบประมาณ มีหน้าที่ตรวจสอบดูแลมิให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการลูกจ้างขึ้นใหม่ จนกว่าจะครบกำหนด 3 ปี นับจากวันที่ พรฎ.มีผลบังคับใช้
การยุบส่วนราชการตราเป็น พรฎ.
การรับโอนข้าราชการให้กระทำได้ภายใน 30 วัน นับจาก พรฎ. บังคับใช้
 
สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ให้แก้ไขเป็นสำนักงานรัฐมนตรี
สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา ให้เลขาธิการและรองเลขาธิการฝ่ายการเมือง เป็นข้าราชการการเมือง และให้รองเลขาธิการนายกฝ่ายบริหาร และผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือน
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาฯคณะรัฐมนตรี และผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญรวมถึงปลัดสำนัก นายก รองปลัดสำนักนายก และผู้ช่วยปลัดสำนักนายก
เลขานุการรัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมือง
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารของคณะรัฐมนตรีและราชการในพระองค์
 
ก่อนคณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบในร่าง พรฎ. จัดตั้งส่วนราชการ ให้นายกรัฐมนตรีส่งร่าง พรฎ. ต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทราบ
 
การปฏิบัติราชการแทน ให้มีการมอบอำนาจเป็นหนังสือ การมอบอำนาจให้ผู้ว่า เป็นการยกเว้น สามารถกระทำได้ทุกกรณีแทนทุกคน
เมื่อมีการมอบอำนาจแล้วผู้รับมอบอำนาจนั้นจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรง ตำแหน่งอื่นมิได้ เว้นแต่มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายต่อ
นายกจะมอบหมายให้รองนายกปฏิบัติราชการแทนในส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกได้
การรักษาราชการแทน ให้กระทำได้เมื่อเจ้าของเรื่องไม่อยู่และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
 
การบริหารราชการในต่างประเทศ คณะผู้แทน คือข้าราชการ ทหารประจำการในต่างประเทศ ณ สถานเอกอัคราชทูต กงสุล หรือส่วนราชการในต่างประเทศ
 
การสั่ง และการปฏิบัติราชการของกระทรวง ทบวง กรม ต่อบุคคลในคณะผู้แทนให้เป็นไปตามระเบียบคณะรัฐมนตรีกำหนด
 
กรมหนึ่งมีอธิบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของกรมโดยการใช้อำนาจให้คำนึงถึงนโยบายคณะรัฐมนตรี
 
การบริหารส่วนกลาง เป็นการบริหารแบบรวมอำนาจ
 
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ประกอบไปด้วย จังหวัด และอำเภอ
การตั้งยุบ เปลี่ยนแปลง เขตจังหวัดให้ตราเป็น พรบ. มีฐานะเป็นนิติบุคคล
ในจังหวัดหนึ่งๆ ให้มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติให้เหมาะสมกับพื้นที่
การยกเว้น จำกัด ตัดตอนอำนาจของผู้ว่าให้ตราเป็น พรบ.
คณะกรรมการจังหวัด ประกอบไปด้วยผู้ว่า เป็นประธาน / รองผู้ว่า ปลัดจังหวัด ผู้บังคับบัญชาตำรวจจังหวัด อัยการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอื่นๆ เป็นคณะกรรมการ / ให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เป็นเลขานุการ และกรรมการ
การยุบ และการเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอให้ตราเป็น พรฎ. ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ให้มีนายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชา
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค เป็นการบริหารแบบแบ่งอำนาจ
 
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย อบจ. เทศบาล อบต. และราชการอื่นที่กำหนด สุขาภิบาลได้ยกฐานะเปลี่ยนเป็นเทศบาล ปัจจุบันไม่มีสุขาภิบาล
 
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรี 1 คน ที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน บุคคลที่คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 10 คน รวมทั้งสิ้น 13 คน
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 คน ต้องทำงานเต็มเวลา ให้จ่ายเงินตาม พรฎ.
เลขาธิการ กพร. เป็นกรรมการและเลขาธิการโดยตำแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือน
กรรมการมีวาระ 4 ปี เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ถ้าตำแหน่งว่างลงให้แต่งตั้งภายใน 30 วัน
สำนักงาน ก.พ.ร.เป็นส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีฐานะเป็นกรม ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เป็นการบริหารแบบกระจายอำนาจ
พรฎ. แบ่งส่วนราชการภายในกระทรวง ทบวง กรม ให้แก้ไขให้เสร็จภายใน 2 ปี

เครดิตจากเว็บไซต์ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sansook&month=15-12-2005&group=1&gblog=7 

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๘


มาตรา ๒๘๘  การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่น โดยการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีมาตรฐานสอดคล้องกัน และอาจได้รับการพัฒนาร่วมกันหรือสับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันได้ รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นก่อน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
ในการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบคุ้มครองคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานบุคคล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งจะต้องประกอบด้วย ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

อธิบายขยายความ
 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542

1.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๒๐ ก/หน้า ๑/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

2.ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  (มาตรา2)

3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หมายความว่า  (1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (2) เทศบาล  (3)องค์การบริหารส่วนตำบล  (4) กรุงเทพมหานคร   (5) เมืองพัทยา  และ (6) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง   (มาตรา3 ว.1)

4.พนักงานส่วนท้องถิ่นหมายความว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด   พนักงานเทศบาล   พนักงานส่วนตำบล   ข้าราชการกรุงเทพมหานคร   พนักงานเมืองพัทยา    และข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น  (มาตรา3 ว.2)

5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ  (มาตรา ๔)

6.มีทั้งหมด 7 หมวด  และ 1 บทเฉพาะกาล

7.คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด  (มาตรา 5) (12 คน) ประกอบด้วย
1.ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
2.หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด                 จำนวน 3 คน
3.ผู้แทน อบจ.(ผวจ.ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือก) วาระ 4 ปี จำนวน 4 คน
3.1นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
3.2สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด  1 คน
3.3ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด(เป็นเลขานุการ  ก.จ.)
3.4ผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด  1 คน
4.ผู้ทรงคุณวุฒิ(มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี)  (เสนอชื่อโดย 1 และ 2 จำนวน 6 คน  และ 3  จำนวน 6 คน รวม12 คน เลือกกันเองเหลือ 4 คน) วาระ 4 ปี                   จำนวน  4 คน
ด้านการบริหารงานท้องถิ่น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด

อำนาจหน้าที่ ของ ก.จ. (มาตรา 13)
๑.กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่มีความจำเป็นเฉพาะสำหรับข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น
.กำหนดจำนวนและอัตราตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและวิธีการจ่ายเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น สำหรับข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้งการย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์
.กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการปฏิบัติงานของข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
.กำกับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนำและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด


8. คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย
 
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับมอบหมาย เป็นประธาน
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น*
(๓) ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสามคน และปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสามคน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงาน บุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
การ คัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนเก้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนเก้าคนและให้บุคคลทั้งสิบแปดคนดังกล่าวประชุมเพื่อคัด เลือกกันเองให้เหลือหกคน

คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
 
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือกผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ วรรคสาม
(๒) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นสำหรับข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๓) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับอัตราตำแหน่งและมาตรฐานของตำแหน่ง
(๔) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนและวิธีการจ่ายเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น
(๕) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ และการเลื่อนขั้นเงินเดือน
(๖) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย
(๗) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ
(๘) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์
(๙) กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ วิธีการบริหาร และการปฏิบัติงานของข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกิจการอันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๑๐) ให้ข้อคิดเห็นหรือให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๑๑) กำกับดูแล แนะนำและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด

9.อำนาจนายก อบจ. (มาตรา 15) (ตาม ก.จ. กำหนด)
            การออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้ง(เห็นชอบจาก ก.จ.) การย้าย การโอนการรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ(เห็นชอบจาก ก.จ.) การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
            นายก อบจ. อาจมอบอำนาจให้ข้าราชการใดใน อบจ.ก็ได้

10.คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) (มาตรา 23) (18 คน) ประกอบด้วย
1.ผู้ว่าราชการจังหวัด                                   เป็นประธาน
2.หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด     จำนวน   5   คน  
3. ผู้แทนเทศบาล                           จำนวน  6 คน
3.1ประธานสภาเทศบาล  จำนวน  2 คน
3.2นายกเทศมนตรี        จำนวน  2 คน
3.3ผู้แทนพนักงานเทศบาล (ปลัดเทศบาล)   จำนวน   2 คน
4ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน   6   คน  
4.1ด้านการบริหารงานท้องถิ่น
4.2ด้านการบริหารงานบุคคล
4.3ด้านระบบราชการ
4.4ด้านการบริหาร
4.5ด้านการจัดการ
4.6ด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลของเทศบาล

11.คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (มาตรา 24) (18 คน) ประกอบด้วย
            1.รมว.มท. หรือ รมช.มท  ซึ่งได้รับมอบหมาย     เป็นประธาน
2.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3.เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
4.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
5.อธิบดีกรมบัญชีกลาง
6.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น*
7.ผู้แทนเทศบาล(เลือกจากนายกเทศมนตรี)       จำนวน   3  คน
8.ผู้แทนเทศบาล(เลือกจากปลัดเทศบาล)                       จำนวน   3  คน
9.ผู้ทรงคุณวุฒิ                  จำนวน   6 คน (ด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้าน
การบริหารและการจัดการ หรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลของเทศบาล)

12.คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัด (ก.อบต.จ.) (มาตรา 25) (28 คน)ประกอบด้วย
1.ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมาย  เป็นประธาน
2.นายอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนั้น      จำนวน 8 คน
3.ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล                                           จำนวน 9 คน
3.1ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล                      จำนวน 3 คน
3.2ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล       จำนวน 3 คน
3.3ผู้แทนพนักงานส่วนตำบล (ปลัด อบต.)                                 จำนวน 3 คน
4.ผู้ทรงคุณวุฒิ      จำนวน  9 คน
ด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบล

13.คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (มาตรา26) (18 คน)      ประกอบด้วย
1.รมว.มท. หรือ รมช.มท.ซึ่งได้รับมอบหมาย                  เป็นประธาน
2.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3.เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
4.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
5.อธิบดีกรมบัญชีกลาง
6.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น*
7.ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล (นายกฯ) จำนวน 3 คน
8.ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล (ปลัดฯ)   จำนวน 3 คน
9.ผู้ทรงคุณวุฒิ      จำนวน 6 คน
ด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหาร
และการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบล

14.คณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา(มาตรา 28)  (12   คน) ประกอบด้วย
1.ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี    เป็นประธาน
2.นายอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชลบุรี         จำนวน  3 คน
3.ผู้แทนเมืองพัทยา                                                            จำนวน  4 คน
3.1นายกเมืองพัทยา
3.2สมาชิกสภา 1 คน
3.3ปลัดเมืองพัทยา(เลขานุการ ก.เมืองพัทยา)
3.4ผู้แทนพนักงานเมือง 1  คน
4.ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน  4  คน  
ด้านการบริหารงานท้องถิ่น     ด้านการบริหารงานบุคคล     ด้านระบบราชการ   ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลของเมืองพัทยา

15.คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  (มาตรา 30  ) (18 คน) ประกอบด้วย
            1.บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๓๑      เป็นประธาน
2.กรรมการโดยตำแหน่ง                                           จำนวน  6 คน
2.1เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
2.2เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
2.3ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
2.4ปลัดกระทรวงการคลัง
2.5ปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.6อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

3.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง)    จำนวน   5 คน
4.ผู้แทนคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด     จำนวน 1 คน
5.ผู้แทนคณะกรรมการกลางพนักเทศบาล                      จำนวน   1 คน
6.ผู้แทนคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล   จำนวน  1 คน
7.ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร           จำนวน  1 คน
8.ผู้แทนคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา                    จำนวน  1 คน
9.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น(ถ้ามี)             จำนวน   1 คน
10หัวหน้าสำนักงาน  ก.ถ.                             เป็นเลขานุการ ก.ถ.

16.อำนาจหน้าที่ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น : ก.ถ. (มาตรา ๓๓)
1.กำหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตั้งและการให้พ้นจากตำแหน่งของพนักงานส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๓๓  (1))
2.กำหนดโครงสร้างอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น (มาตรา ๓๓  (1))
3.การกำหนดมาตรฐานกลางและแนวทาง        จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะเจาะจง  ที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถบริหารงานบุคคลตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้  (มาตรา ๓๓  (1))

17. องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้ง เนื่องจาก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ฉบับนี้ยังใช้ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม รัฐบาลและรัฐสภายังไม่มีการพิจารณากฎหมายบริหารงานบุคคลฉบับใหม่ให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

18.องค์ประกอบของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆตามที่กำหนดก็ยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากของเดิมกำหนดให้คณะกรรมการในการบริหารงานบุคคล เป็นไปในลักษณะสามฝ่ายหรือไตรภาคี คือประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ผู้แทนจากเทศบาล และผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้เป็นไปในลักษณะสี่ฝ่าย หรือ จตุภาคี  โดยประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ผู้แทนจากเทศบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผู้แทนจากพนักงานเทศบาล สาเหตุเดียวกับข้อ 17

 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒